
สาสน์จากนายกสมาคมศิษย์เก่าฯ
สวัสดีครับ สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าพระแม่มารีทุกท่าน
ผมได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่ผมเคยบวชและได้รับหนังสือที่ระลึกเนื่องในอภิลักขิตสมัย 150 ปี นับแต่วันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วันที่ 15-16 ธันวาคม พ.ศ. 2552 จึงขออัญเชิญพระโอวาทสืบต่อไป เพื่อความคิดสะกิตใจที่ดีจะได้นำให้พี่น้องฟ้าขาว พบความสุขความเจริญในการดำเนินชีวิต ทั้งทางจิตใจและธุรกิจการงานยังประโยชน์ สู่ครอบครัวและประเทศไทยที่รักของเรา
แนะนำให้สามัคคี
แต่ก่อนข้าพเจ้าเป็นพระลูกวัด ก็หัดทำความสามัคคีต่อภิกษุสามเณรในวัดนี้ เมื่อได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะเฉพาะคณะ ก็อุตสาหะทำสามัคคีต่อลูกคณะของตน ครั้งต้องดำรงในความเป็นประมุขของคณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ก็ได้แผ่สามัคคีทั่วกันฯ ข้าพเจ้ายังตั้งอยู่ในความเป็นปุถุชนเหมือนผู้อื่นฯ ที่แลเห็น ณ บัดนี้คงเต็มไปด้วย ราคะ โทสะ โมหะ เป็นแต่คอยระวังมิให้ กำเริบเกินไป คอยคุมสติมิให้วิการ กาย วาจา ที่แสดงกิเลสเหล่านั้นให้ปรากฏ บางคราวก็รั้งไม่อยู่ ส่วนใจนั้นเป็นการยาก กิเลสเกิดเสียก่อนแล้ว ได้สติจึงคิดระงับฯ อันจะห้ามจิตต์มิให้รู้จักรักชังผู้อื่นฯ ตลอดจนสัตว์ดิรัจฉานยังห้ามไม่ไหว ข้าพเจ้าเพียงแต่ระวังไม่แสดงให้ปรากฏทางกายและวาจา บางครั้งก็เสียพิธีการปกครอง ไม่เอาความรักเข้ามาห้ามความผิดของผู้ที่ตนรักให้เป็นความถูก อันเสียยุติธรรม แม้ในความชังก็ตรงกันข้าม ฉะนั้นฯ การปกครองต่างหาก การส่วนตัวต่างหาก ไม่เอาเข้าปนกัน เช่นเกลียดเขาส่วนตัวเพราะเขาทำไม่ถูกใจ เมื่อเขาไม่ผิดทางปกครองก็รักษาความสามัคคีต่อเขาได้ แม้รักเขาก็เช่นเดียวกันฯ นี้
แนะนำให้ฝึกดำเนินเช่นนี้ ถ้าทำให้ดีได้ยิ่งกว่านี้ยิ่งดีฯ
ปรารถนาดีและจริงใจ
นายสมชาย เสรีกุล
นายกสมาคมศิษย์เก่าพระแม่มารี